การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ร่วมงานสมัชชา: การกลับใจของความสัมพันธ์เพื่อการเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้า วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2025 ณ หอประชุมเปาโลที่ 6 นครรัฐวาติกัน

January 22, 2026 03:28

เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2025 โอกาสฉลองปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ร่วมงานสมัชชา (Jubilee of Synodal Teams) เปิดกิจกรรมวันแรก ณ หอประชุมเปาโลที่ 6 โดยการเสวนาหลักภายใต้หัวข้อ “การกลับใจของความสัมพันธ์เพื่อการเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้า” ได้สะท้อนความหวังสำหรับอนาคต ทบทวนความตึงเครียดที่ยังคงดำรงอยู่ และชี้บทบาทของพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันทั้งในพระศาสนจักรเองและในโลก โดยยืนยันความจำเป็นของ “การกลับใจของความสัมพันธ์” อย่างแท้จริง ซึ่งจะกลายเป็น “บทบาทของการเป็นประกาศกในสังคม” ประณามเหวลึกระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม และจุดประกายการเรียกร้องของพระเยซูเจ้าให้ “เป็นหนึ่งเดียวกัน” อีกครั้ง

การเสวนามีพยานและผู้บรรยายผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

  • พระคาร์ดินัล มาริโอ เกรช (Cardinal Mario Grech) เลขาธิการใหญ่ของสำนักเลขาธิการสมัชชาบิชอปสากล
  • พระคาร์ดินัล กรเซกอร์ซ ริช (Cardinal Grzegorz Ryś) พระอัครสังฆราชแห่งลอดซ์ ประเทศโปแลนด์
  • มิเกล เด ซาลิส อมารัล (Miguel De Salis Amaral) นักเทววิทยาชาวโปรตุเกสและรองศาสตราจารย์ด้านศาสนศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยสันตะสำนักไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์
  • มาเรียนา อาปาเรซีดา เวนันซิโอ (Mariana Aparecida Venâncio) สมาชิกคณะกรรมการแอนิเมชันแห่งชาติบราซิลเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานสมัชชา

การเสวนาดำเนินรายการโดย พระสังฆราช ลุยส์ มาริน เด ซาน มาร์ติน คณะออกัสติน (Bishop Luis Marín de San Martín, OSA) รองเลขาธิการใหญ่สำนักเลขาธิการสมัชชาบิชอปสากล

พระคาร์ดินัลเกรช : ความหวังที่หยั่งรากในพระคริสตเจ้า

พระคาร์ดินัลเกรชเริ่มต้นโดยอ้างถึงหนังสือ The Portal of the Mystery of Hope โดย Charles Péguy เพื่อเสนอกรอบคุณธรรมทางเทววิทยาสามประการคือ

  1. ความเชื่อ มองเห็นสิ่งที่เป็น
  2. ความหวัง มองเห็นสิ่งที่จะเป็น
  3. ความรัก รักสิ่งที่เป็น

ท่านชี้ว่า นี่เป็นเข็มทิศทางจิตวิญญาณและกรอบความคิดสำหรับการจินตนาการใหม่ว่าพระศาสนจักรควรรับฟัง พิจารณา และดำเนินไปอย่างไร โดยเน้นประเด็นสำคัญดังนี้ :

  • ความรักไม่ใช่เพียงอารมณ์แต่เป็นท่าทีการอยู่ในพระศาสนจักร การยอมรับความเป็นจริง “ตามที่เป็น” และการตัดสินใจที่จะอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งบ่งชี้ความเป็นผู้ใหญ่ทางจิตวิญญาณ และเตือนว่า Unity does not mean uniformity.
  • ความรักดำเนินควบคู่กับความเชื่อ การเดินทางของสมัชชาเริ่มด้วยการรับฟังเสียงร้องไห้ของผู้คนชายขอบ และการยอมรับว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มากกว่ามนุษย์
  • ความหวังต้องหยั่งรากในพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้า และหมายถึงการปล่อยวางการครอบครองผลงานของตนเอง เพราะ “ความหวังรักสิ่งที่ยังมาไม่ถึง” เรามองอนาคตด้วยความไว้วางใจเพราะพระองค์ทรงดูแลอนาคตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

พระคาร์ดินัลริส : การเป็นพระศาสนจักรที่ยากจนสำหรับผู้ยากจน

พระคาร์ดินัลริสไตร่ตรองความตึงเครียดหลักสามประการที่กระบวนการการก้าวเดินไปด้วยกันเผยให้เห็น :

  1. ความแตกต่างระหว่าง “ฉัน” และ “เรา” ซึ่งเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ ขณะที่โลกสมัยใหม่ส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงแข่งขัน
  2. ความตึงเครียดระหว่างความเป็นหนึ่งเดียวกับความเหมือนกัน การเรียกร้องให้ยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายโดยไม่ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งและการใช้อำนาจแบ่งแยก
  3. ระหว่างการสงวนรักษาและพันธกิจ พระศาสนจักรถูกเชิญให้เป็น “พระศาสนจักรที่ก้าวเดิน” เปิดรับทุกคน และลดทอนโครงสร้างที่ซับซ้อนเพื่อก้าวสู่การเป็นพระศาสนจักรที่ยากจนสำหรับผู้ยากจนอย่างแท้จริง

พระคาร์ดินัลริสเน้นว่าการก้าวเดินไปด้วยกันเป็น “ยา” ที่ต้องการการฟังและการแลกเปลี่ยนของขวัญฝ่ายวิญญาณ

เดอ ซาลิส อมารัล : ศีลศักดิ์สิทธิ์กับการเปลี่ยนความสัมพันธ์

ศาสตราจารย์เดอ ซาลิส อมารัลขยายความว่า การเปลี่ยนความสัมพันธ์ไม่ใช่เพียงคำเชิญชวนให้ทำดีต่อกัน แต่เป็นการเรียกร้องถึงความหมายลึกซึ้งของการก้าวเดินไปด้วยกัน โดยยึดรากฐานจากศีลศักดิ์สิทธิ์ ดังนี้:

  1. ศีลล้างบาป สร้างความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและบุตรธิดาที่เรียกร้องความรับผิดชอบ (Sensus fidei)
  2. ศีลมหาสนิท มอบการรับใช้เพื่อช่วยผู้อื่นเติบโตเป็นศิษย์ธรรมทูต ความรอดเป็นของขวัญที่มาถึงเราผ่านพระวาจาที่ได้ยินด้วยความเชื่อ (fides ex auditu)
  3. การเป็นพระสงฆ์ในฐานะศาสนบริกรและการเป็นพระสงฆ์ในศีลล้างบาปมีความสัมพันธ์พึ่งพาอาศัยกัน โครงสร้างพระศาสนจักรต้องดึงพลังชีวิตจากความสัมพันธ์ไม่ใช่จากการเป็นเพียงองค์กร

เวนันซิโอ : การก้าวเดินไปด้วยกันเป็นยาแก้พิษต่อความแตกแยก

ดร. มาเรียนา อาปาเรซีดา เวนันซิโอเน้นว่า การก้าวเดินไปด้วยกันเป็นเครื่องมือทางประกาศกในสังคม ไม่ใช่เพียงแบบจำลององค์กร แต่เป็นวิถีแห่งการดำรงชีวิตและการกระทำ (modus vivendi et operandi) ที่เปลี่ยนจาก “ฉัน” ไปสู่ “เราในพระศาสนจักร” ด้วยจิตวิญญาณแห่งการตอบแทนกันและการให้เปล่า

เธอยกตัวอย่างบราซิลซึ่งผู้คนรู้สึกว่า “พระศาสนจักรรับฟังเป็นครั้งแรก” และชี้ว่า การเสวนาเชิงสมัชชาเป็นการต่อต้านระบอบที่ทำลายชีวิตมนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้พระศาสนจักรประณามสาเหตุเชิงโครงสร้างของความเหลื่อมล้ำ ความโลภในการใช้อำนาจ และความเฉยเมยต่อความไม่เท่าเทียม อคติ และการแบ่งแยก

ข้อเรียกร้องและบทสรุป

การเสวนานี้เรียกร้องให้พระศาสนจักร :

  • ดำเนินการกลับใจแห่งความสัมพันธ์ (Synodal Conversion) ในทุกระดับของชีวิตคริสตชน
  • ให้ความสำคัญกับการอบรมศิลปะการก้าวเดินไปด้วยกันและการรับฟังอย่างเคารพ
  • ประณามเหตุเชิงโครงสร้างที่สืบทอดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความยุติธรรมและความเมตตากรุณา
  • ดึงพลังใหม่จากศูนย์กลางของการประกาศพระวรสาร เพื่อทำให้การประชุมสมัชชาเป็นทั้งกระบวนการและการแสดงออกของอัตลักษณ์พระศาสนจักร

การเสวนาในวันแรกของการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ร่วมงานสมัชชาได้ย้ำว่า การฟังซึ่งกันและกัน การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ และความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งเดียวในพระคริสตเจ้า เป็นหนทางสู่การเป็นประกาศกในสังคมและการฟื้นฟูชีวิตคริสตชนในยุคปัจจุบัน

แหล่งที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1GjHDNCfAt/

610990784_122242713290091125_3394075873500607955_n
พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ สิ้นสุดปีศักดิ์สิทธิ์ยูบีลีแห่งความหวัง ในวันสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์
เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2026 โอกาสวันสมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์ (Epiphany) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่...
611243017_25018495907833637_8769931231138340759_n
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เชิญร่วมจัดตั้ง “กองทุนการศึกษาปีศักดิ์สิทธิ์ 2025”
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ขอเชิญพี่น้องคริสตชนและผู้มีน้ำใจทุกท่าน ร่วมจัดตั้ง “กองทุนการศึกษาปีศักดิ์สิทธิ์...
610659372_122242473236091125_95519005705701115_n
พิธีปิดประตูศักดิ์สิทธิ์พระมหาวิหารนักบุญเปโตร โอกาสสิ้นสุดปีศักดิ์สิทธิ์ยูบีลี 2025
ตามธรรมเนียมที่กำหนดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 และได้รับการปรับปรุงให้ง่ายขึ้นโดยนักบุญสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น...

โปสเตอร์ QR Code