พระศาสนจักรสากลได้ทยอยจัดพิธีปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารเอกทั้ง 4 แห่ง ณ กรุงโรม เพื่อสิ้นสุดปีศักดิ์สิทธิ์ยูบีลี 2025 “บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง” ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งพระพรที่คริสตชนทั่วโลกได้ร่วมกันจาริกแสวงบุญและภาวนาอย่างลึกซึ้งตลอดทั้งปี
วันที่ 25 ธันวาคม 2025 – มหาวิหารพระนางมารีย์มาเจอเร
ในวันสมโภชพระคริสตสมภพ พระคาร์ดินัลโรลันดาส มาครีกัส (Cardinal Rolandas Makrickas) อัครสงฆ์ประจำมหาวิหารพระนางมารีย์มาเจอเร กรุงโรม ได้เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณและปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ โดยมีสัตบุรุษจำนวนมากเข้าร่วม บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและการขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ได้รับตลอดปีศักดิ์สิทธิ์ การปิดประตูในวันสมโภชพระคริสตสมภพจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ในพระคริสตเจ้า ผู้ทรงบังเกิดมาเพื่อมอบความรอดและความหวังแก่โลก
วันที่ 27 ธันวาคม 2025 – มหาวิหารนักบุญยอห์นแห่งลาเตรัน
พระคาร์ดินัลบัลดัสซาเร เรนา (Cardinal Baldassare Reina) อุปสังฆราชแห่งสังฆมณฑลโรม และอัครสงฆ์ประจำมหาวิหารนักบุญยอห์นแห่งลาเตรัน ได้เป็นประธานในพิธีปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ โดยเชิญชวนคริสตชนให้ตระหนักถึง “ความใกล้ชิดคือมรดกของปีศักดิ์สิทธิ์” พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นพี่น้องกัน ความยุติธรรม และสันติสุข
พิธีดำเนินไปอย่างสง่างาม พระคาร์ดินัลได้คุกเข่าลงที่ธรณีประตูเพื่อภาวนา ก่อนจะลุกขึ้นปิดประตูบานใหญ่และก้มศีรษะเพื่อแสดงความเคารพ จากนั้นบรรดาสัตบุรุษจำนวนมากได้เข้ามาสัมผัสธรณีประตูในท่าทางแห่งการภาวนาและการระลึกถึง
- การเชื่อมโยงกับนักบุญยอห์นและพันธกิจแห่งความหวัง : พระคาร์ดินัลเรนาได้กล่าวถึงนักบุญยอห์นอัครสาวก ผู้เป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดพระเยซูเจ้า ว่าเป็นแบบอย่างของการฟังและการอยู่ใกล้ชิดพระเจ้า พร้อมเชิญชวนผู้นำเมืองกรุงโรม เช่น นายกเทศมนตรีโรแบร์โต กวาลติเอรี และผู้ว่าการแลมแบร์โต จานนินี ให้เป็น “ผู้รับใช้แห่งพระเมตตาของพระเจ้า” เพื่อให้พระเจ้าทรงพบการเติมเต็มในเมืองที่หลายคนหมดหวัง
- คำเตือนถึง “น้ำหนักของการขาดงาน” : พระคาร์ดินัลเรนาได้เตือนว่า การประกาศความเชื่อไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความห่วงใยต่อผู้ที่แบกรับภาระ ความเจ็บปวด และความอยุติธรรม ท่านชี้ให้เห็นถึงความว่างเปล่าที่เกิดจากการขาดความเป็นหนึ่งเดียวกัน การขาดความเอาใจใส่ต่อเศรษฐกิจและชีวิตครอบครัว ความสัมพันธ์ที่เปราะบาง และการขาดความยุติธรรมทางสังคม
- การเอาชนะความเฉื่อยชาเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง : ท่านได้กล่าวถึงความสูญเสียทางวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมที่ทำให้หัวใจของหลายคนหนักอึ้ง พร้อมเชิญชวนให้เอาชนะความเฉื่อยชา เพื่อให้กรุงโรมและพระศาสนจักรเป็นสถานที่แห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคมและการดำรงชีวิต
- การระลึกว่าเราทุกคนเป็นพี่น้องกัน : พระคาร์ดินัลเน้นว่า รอยเท้าของผู้แสวงบุญที่เดินผ่านถนนในกรุงโรมคือพยานแห่งความหวัง และแม้ประตูศักดิ์สิทธิ์จะปิดลง แต่พระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพยังคงเสด็จผ่านประตูนั้นเสมอ เพื่อเคาะประตูใจมนุษย์และมอบพระเมตตา
- พระศาสนจักรแห่งโรมในฐานะห้องทดลองแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน : พระคาร์ดินัลเรนาได้อ้างถึงคำปราศรัยของพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2025 ที่เชิญชวนให้พระศาสนจักรและเมืองโรมเป็น “ห้องทดลองแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน” เพื่อทำให้พระวรสารเป็นชีวิตจริง
- การขอบคุณและการอวยพร : ก่อนอวยพรสุดท้าย พระคาร์ดินัลเรนาได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำงานเพื่อปีศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงพระอัครสังฆราชริโน ฟิซิเชลลา สมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อการประกาศพระวรสาร เจ้าหน้าที่พลเรือนและทหาร ตลอดจนสัตบุรุษที่ได้แสดงความเมตตาและการต้อนรับต่อผู้แสวงบุญจำนวนมาก
- ประวัติและความหมายของประตูศักดิ์สิทธิ์ : ประตูศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารนักบุญยอห์นแห่งลาเตรันเป็นประตูแรกที่ถูกเปิดในปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 1423 โดยพระสันตะปาปามาร์ตินที่ 5 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวผ่านพระคริสตเจ้า ปัจจุบันประตูนี้สร้างขึ้นโดยประติมากรฟลอริอาโน โบดินี ในปีศักดิ์สิทธิ์ 2000 โดยมีภาพพระนางมารีย์และพระเยซูเจ้าในวัยเด็ก พร้อมสัญลักษณ์ไม้กางเขนและตราประจำตำแหน่งของพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2
วันที่ 28 ธันวาคม 2025 – มหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพง
ในวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ พระคาร์ดินัลเจมส์ ฮาร์วีย์ (Cardinal James Harvey) อัครสงฆ์แห่งมหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพง กรุงโรม ได้เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณและปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ โดยมีบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และสัตบุรุษจำนวนมากเข้าร่วม
พระคาร์ดินัลฮาร์วีย์ได้เทศน์สอนว่า ความหวังของคริสตชนไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีอย่างไม่รอบคอบ แต่เป็นความเชื่อมั่นที่แน่วแน่ซึ่งสามารถก้าวผ่านประวัติศาสตร์ได้โดยไม่ยอมจำนนต่อสงคราม วิกฤตการณ์ และความอยุติธรรม ความหวังนี้ “ไม่ทำให้ผิดหวัง” (โรม 5:5) เพราะยึดอยู่กับพระคริสตเจ้า และเติบโตผ่านการกลับใจ การอภัย และการรับศีลอภัยบาป
พิธีในวันนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวผ่านสู่พระเมตตา ไม่ใช่เพียงการปิดประตูทางกายภาพ แต่เป็นการเปิดประตูแห่งความเชื่อ ความรัก และพันธกิจในหัวใจของคริสตชน เพื่อให้ผู้แสวงบุญนำความหวังกลับไปเป็นพยานในชีวิตประจำวัน
วันที่ 6 มกราคม 2026 – มหาวิหารนักบุญเปโตร
พิธีปิดประตูศักดิ์สิทธิ์แห่งสุดท้ายจะจัดขึ้นโดยพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ณ มหาวิหารนัก
พิธีปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจึงเป็นการสรุปจิตตารมณ์แห่งปีศักดิ์สิทธิ์ และตอกย้ำว่าความใกล้ชิดกับพระเจ้าและความเป็นพี่น้องกันคือมรดกที่แท้จริงของปีศักดิ์สิทธิ์ยูบีลี 2025
แหล่งที่มา :
https://www.facebook.com/share/p/1GEVYWLCYj/













